【Spoil:สปอยล์】โกนหนวดไปทํางานแล้วกลับบ้านมาพบเธอ ไลท์โนเวล เล่ม 5 Part:2
- igqsan
- Jun 3, 2021
- 3 min read
Updated: Sep 2, 2021
เป็นพารท์ที่ผมใช้เวลาเขียนสรุปนานมาก และ ถึงขั้นน้ำตาไหลร้องไห้ออกมาระหว่างเขียนเลยทีเดียวล่ะครับ สำหรับทุกท่านที่เตรียมทิชชู่พร้อมแล้ว ผมเชิญทุกท่านสู่ พารท์ที่ 2 ของ
.
◤◢◤◢◤ สรุปเนื้อเรื่อง พารท์สอง ◢◤ ◢◤ ◢
.
พารท์ที่ 2 เคลียร์ใจกับคุณแม่
.
หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาถึงรถพี่ชาย พี่ชายซายุก็ถามซายุว่าพร้อมหรือยัง ซายุก็บอกว่าพร้อมแล้ว จากนั้น ทั้ง 3 คนก็มุ่งหน้าสู่บ้านซายุ ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 กว่านาทีแห่งการเดินทางนั้นทุกคนตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกเลยแม้แต่คำเดียว บรรยากาศในรถมีแต่ความตึงเครียด
.
โยชิดะเองก็พยายามคิดว่า แม่ของซายุพอเจอกับซายุแล้วจะพูดอะไรบ้างจากข้อมูลที่ได้รับรู้มาทั้งหมด ถ้าเกิดมีเหตุการณ์อะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นมาเขาจะได้ใช้ความเป็นผู้ใหญ่ของเขาในการปกป้องซายุได้ แต่สิ่งที่เขาไม่มั่นใจคือ ด้วยความที่เขาเป็น "คนนอก" เขาไม่รู้ว่าตัวเขานั้นจะสามารถมีสิทธิ์มีเสียงได้แค่ไหน แต่แม้จะเป็น "คนนอก" แต่ก็เป็นคนที่อยู่ด้วยกันมานาน "มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น" ต่อกัน อย่างน้อยก็คงพอมีช่องให้เขาได้ทำอะไรเพื่อซายุได้บ้าง
.
และแล้วรถคันหรูก็มาจอดที่หน้าบ้าน 2 ชั้นหลังใหญ่ สมเป็นบ้านประธานบริษัทใหญ่ที่ใหญ่เกินไปด้วยซ้ำสำหรับคนอาศัยแค่ 4 คน "ที่นี่แหละครับ" พี่ชายซายุพูดพร้อมกับก้าวลงจากรถ ตามลงมาด้วย โยชิดะ และ ซายุ ที่ลงมาเป็นคนสุดท้าย พร้อมด้วยท่าทางที่ดูเกร็งไปทั้งตัว จนพี่ชายเธอต้องถามขึ้นมาว่า "ไหวหรือเปล่า" ซึ่งซายุได้ตอบรับด้วยคำว่า "อื้ม" เบา ๆ ซึ่งดูยังไงก็ "เป็นไร" แน่ ๆ แต่จะบอกให้กลับโตเกียวซะตอนนี้คงไม่ใช่ โยชิดะจึงได้แต่เอามือตบไหล่ซายุเบา ๆ "ไม่เป็นไรนะ มีทั้งฉันทั้งพี่เธออยู่ทั้งคน" "อืม ขอบคุณค่ะ" ก่อนที่ทั้งสามคนจะก้าวข้าวไปในตัวบ้าน
.
พี่ชายซายุเป็นคนเดินนำเข้าไปก่อน ตามด้วยซายุ และ โยชิดะ ที่ยังลังเลว่าจะเข้าดีไหมเพราะเจ้าบ้านยังไม่ได้เชิญ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร พี่ชายซายุก็ตะโกนบอกคุณแม่ "กลับมาแล้วครับคุณแม่ ผมพาซายุกลับมา......" ยังไม่ทันที่จะจบประโยค แม่ของซายุก็ปลี่ออกมา ตบหน้าซายุซึ่งไปหลบอยู่หลังพี่ชายตั้งแต่เข้าบ้านมาเต็ม ๆ ฉาดดัง "เผียะ!!" ลั่นกลางหน้าทางเข้าบ้าน ก่อนที่จะระเบิดใส่ซายุด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมี โดยที่โยชิดะและพี่ชายเธอได้แต่ยืนอึ้ง
.
"แกน่ะหายหัวไปไหนมาฮึ!!"
.
พูดพลางกระชากคอเสื้อซายุจนลอยขึ้นมา
.
"แกรู้ไหมหา..ว่าเพราะแก ชาวบ้านร้านถิ่นเขานินทาบ้านเราจนเสียหายไปจนถึงไหนต่อไหนแล้ว รู้ไหมหา"
.
ซายุในตอนนี้เหมือนตุ๊กตาที่ไร้แรงขัดขืนต่อต้านใด ๆ เธอได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
.
"คุณแม่ครับ พอแค่นี้เถอะครับ มีแขกอยู่ด้วยนะครับ"
พี่ชายซายุซึ่งออกตัวมาก่อนโยชิดะพูดขึ้น ทั้งคู่ต่างเห็นว่าท่าไม่ดีแน่ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้แม่เธอคงฆ่าลูกสาวทิ้งกับมือแน่ ๆ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง
.
"หา ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ?"
.
"คุณโยชิดะครับ เขาเป็นคน "คุ้มครอง"ซายุในช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมาครับ ผมเป็นคนขอร้องให้มาด้วยกันครับ"
.
พี่ชายซายุลงทุนปดแม่ตัวเองเพื่อเสริมเครดิตให้กับโยชิดะ
.
"หืม "คุ้มครอง"เหรอ?" คุณแม่พูดพลางชายตามองไปยังโยชิดะ
.
"โยชิดะ ครับ"
.
"เชิญค่ะ"คุณแม่พูดออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว
.
"เชิญครับ คุณโยชิดะ" พี่ชายซายุเอ่ยปากเชิญอย่างเป็นทางการ "ขอรบกวนด้วยนะครับ" โยชิดะพูดขึ้นก่อนที่จะหันไปถามซายุ ซึ่งตอนนี้ยืนนิ่งเป็นหุ่นไร้ปฏิกริยาตอบสนองใด ๆ อยู่ที่หน้าทางเข้าบ้าน "ซายุ ไม่เป็นไรใช่ไหม?" "อืม" ซายุตอบกลับเบา ๆ ด้วยสภาพไร้อารมณ์อย่างที่โยชิดะไม่เคยเห็นมาก่อน จนโยชิดะ ต้องเอามือลูบหลังปลอบเธอเบา ๆ ทำให้เธอรู้สึกใจชื้นขึ้น แล้วบอกกับเธอว่า "ไปกันเถอะ" ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินเข้าสู่สมรภูมิรบที่เรียกว่า "ห้องนั่งเล่น"
.

.
เมื่อเข้าไปในห้องนั่งเล่น พี่ชายซายุจัดการหาที่นั่งให้โยชิดะ เสริฟน้ำให้ทุกคน เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ของซายุก็เริ่มเปิดคำถามขึ้นมา "แล้ว สรุปคุณน่ะมาที่นี่ทำไม" ก่อนจะหันไปจ้องซายุพลางพูดขึ้นมาว่า
.
"หนีออกจากบ้านไปนานขนาดนี้ สร้างความเดือดร้อนให้ที่บ้านขนาดไหน ตอนอยู่บ้าน ก็เอาแต่สร้างความเดือดร้อนไม่เว้นวัน แล้วนี่ยังไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก ไม่รู้ว่าคิดจะทำอะไรกันแน่"
.
"....เลยแท้ ๆ"
.
เป็นเสียงจากซายุซึ่งนิ่งเงียบมานาน
.
"หา....แกว่าอะไรนะ"
.
"ทั้งที่ไม่เคยคิดจะเข้าใจอะไรหนูเลยแท้ ๆ"
.
"ใครมันจะไปเข้าใจว่าแกคิดอะไร แกเคยพูดออกมาให้คนอื่นรู้ที่ไหนกันล่ะ"
.
"คุณแม่จำได้ไหมคะว่าวันที่หนูหนีออกจากบ้าน คุณแม่พูดอะไรกับหนู"
.
ซายุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ คุณแม่ของซายุทำท่าคิดสักพักหนึ่งก่อนจะพูดว่า
.
"พูดอะไรน้าาาา จำไม่ได้แล้ว"
.
ซายุในตอนนี้ตัวสั่นไปทั้งตัว หน่วยตาทั้งสองข้างของเธอรื้นออกมาด้วยน้ำตา
.
"เห็นไหมล่ะ....คุณแม่น่ะ หนูจะเป็นยังไงก็ช่าง ไม่เคยคิดจะเข้าใจหนูเลยแม้แต่นิด"
.
"นี่แกกลับมาถึงก็มาหาเรื่องฉันเลยนี่นะ ที่หนีออกจากบ้านเนี่ย คงอยากทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ให้สะใจแกสินะ"
.
"ไม่ใช่นะ!!"
.
เสียงปฏิเสธที่ดังขึ้นมาอย่างสุดเสียงพร้อมกับการผุดลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ของซายุ แม้จะทำให้คุณแม่ตกใจได้บ้าง แต่ก็แค่ชั่วพริบตาเดียวก็กลับมาจ้องเขม็งใส่ซายุต่อ
.
"หนูน่ะ.....หนูน่ะแค่อยากหนีจากคุณแม่เท่านั้นล่ะค่ะ!"
.
คำพูดของซายุ ส่งผลให้โยชิดะที่นั่งอยู่ถึงกับตกใจขึ้นมาทันที ซายุที่ปกติไม่เคยพูดตรง ๆ และรุนแรงขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่า ตอนนี้เธอโกรธถึงขีดสุด แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้อยากระบายความโกรธใส่คู่กรณีของเธอ เธอเพียงหวังให้ฝั่งตรงข้ามของเธอ เข้าใจเธอบ้างเท่านั้น
.
"หนีจากคุณแม่ที่ไม่เคยเข้าใจหนูเลย! จากคุณแม่ที่บอกว่าหนูน่ะ......หนูน่ะเป็นคนฆ่าเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของหนูใช่ไหม..." แม้คำพูดในครึ่งแรกของซายุ เธอจะพูดด้วยเสียงอันดัง แต่เมื่อพูดถึงเรื่องของยูโกะ เสียงของซายุกลับอ่อนลงจนกลายเป็นร้องไห้ออกมาในที่สุด
.
เมื่อซายุพูดคำนี้ออกมาก็เหมือนจะทำให้คุณแม่นึกอะไรออก จนแสดงท่าทางตกใจออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปทำหน้าเครียดต่อแล้วพูดว่า
.
"หนีออกไปแล้วไง เด็กตัวคนเดียวหนีออกจากบ้านไปแล้วจะทำอะไรได้"
.
"นั่นมันก็.....ก็ใช่ค่ะ....."
.
แม้จะเป็นความจริง แต่ในใจโยชิดะเองก็รู้สึกว่า มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ระหว่างคุณแม่ที่ไม่ยอมเข้าใจซายุ กับ ซายุที่หวังจะให้คุณแม่เข้าใจ สุดท้ายแล้ว ทางเลือกที่เหลืออยู่สำหรับซายุก็คงมีแต่หนีออกจากบ้านเท่านั้น แต่สำหรับทั้งสองคนแล้ว เรื่องนี้คงเป็นเหมือน "เส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน"
.
"สุดท้ายก็ไปอยู่บ้านของผู้ชายที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าที่ไหน แถมยังอุตสาห์พามาเสนอหน้าถึงที่นี่ มันเพื่ออะไรกันหา? นี่แกคิดจะทำให้ฉันขายขี้หน้าไปถึงไหนกันหา"
.
"คุณโยชิดะน่ะ มาที่นี่เพื่อหนูนะคะ"
.
"มาเพื่อแก? ก็แค่มาสอดเรื่องของครอบครัวคนอื่นแค่นั้นไม่ใช่หรือไง"
.
"คุณแม่ครับ มันเสียมารยาทนะครับ"
.
"แกน่ะเงียบไปเลย"
.
"ที่สำคัญ "คุ้มครอง" นี่มันอะไรหา เอาลูกสาวบ้านอื่นมาเข้าบ้านตัวเองเนี่ย มันแค่ "อาชญากรรม" เท่านั้นแหละ"
.
"คุณแม่ครับ นั่นน่ะ..."
.
"ฉันบอกให้แกหุบปากไปไม่ใช่หรือไง!"
.
กลายเป็นว่า กระแสแห่งความเกรี้ยวกราดของคุณแม่ตอนนี้พุ่งเป้ามาที่โยชิดะแทนแล้ว ขนาดที่ลูกชายก็หยุดไม่อยู่ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์และเตรียมใจของโยชิดะ
.
"ครับ ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณแม่พูดครับ แน่นอนครับตัวผมนั้นตระหนักดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นเป็นการก่ออาชญากรรม ก่อนที่จะตัดสินใจให้ซายุพักที่บ้าน"
.
"แค่รู้ตัวแล้วคิดว่าจะจบหรือไง นี่มันอาชญากรชัด ๆ แล้วเอา "คนพรรค์นี้" เข้าบ้านมาทำไมกันหา"
.
"นั่นน่ะก็เพราะว่าซายุ.."
.
ก่อนที่โยชิดะจะได้พูดอะไรต่อไปก็ต้องตกใจกับเสียงตบโต๊ะ ดังปัง! จนลืมว่าตัวเองจะพูดอะไร เมื่อหันไปดูก็พบว่าซายุนั้น เอามือทั้งสองขางวางบนโต๊ะ และสั่นเทาจากแรงสะท้อนของโต๊ะและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในตัวเธอ พร้อมส่งเสียงต่ำจากลำคอ
.
" ทำไมถึงได้..ทำไมถึงได้.."
.
น้ำเสียงที่เข้มลึก ราวกับลูกธนูที่ขึ้นคันไว้ก่อนก่อนที่โพล่งคำพูดอย่างสุดเสียงว่า
.
"ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ทุกที พูดจาดูถูกเหยียดหยามคนสำคัญของหนู ว่าร้ายโดยที่ไม่ฟังความอะไรเลยสักอย่าง ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ทุกที......หนูน่ะเกลียดตรงนี้ของแม่ที่สุด"
.
ห้องทั้งห้องตอนนี้เต็มไปด้วยความเงียบกริบ จากอารมณ์ที่สาดกระเซ็นออกมาราวกับน้ำที่แตกออกจากลูกโป่งที่แตกหลังจากที่มันอั้นน้ำไว้เต็มที่ของซายุ ก่อนที่ซายุจะสงบสติอารมณ์ลงแล้วพูดเสียงเรียบว่า
.
"คุณโยชิดะน่ะ ให้ความสำคัญกับหนูเหมือน "คนในครอบครัว" เขาน่ะ...เห็นหนูเป็น "คนคนหนึ่ง" ไม่เหมือนกับคุณแม่ค่ะ"
.
คำพูดของซายุที่ออกมา ทำให้คุณแม่ของซายุถึงขั้นชักสีหน้าขึ้นมาโดยทันที
.
"พูดอะไรของแก นี่แกไม่รู้เลยใช่ไหมว่าฉันต้องทนทุกข์ขนาดไหน"
.
พูดพลางใช้มือตบโต๊ะเป็นจังหวะไปพร้อม ๆ กัน
.
"เพราะแกคนเดียว ฉันเลยต้องสูญเสียอะไรไปมากมายขนาดไหน แกรู้บ้างไหม!!"
.
ก่อนที่เธอจะปลดปล่อยคำพูดที่ทำให้โยชิดะแทบสิ้นสัมปชัญญะในตรงนั้น
.
"ฉันน่ะ....ไม่น่าคลอดแกออกมาเลยจริง ๆ"
.
ภาพในหัวตอนนี้ของโยชิดะ เห็นตัวเองหยิบแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาแล้วขว้างใส่แม่ซายุแบบเต็มเหนี่ยว แต่ในความเป็นจริงเขาไม่สามารถทำตามอยากที่ใจหวังได้ จึงได้แต่หยิบแก้วน้ำขึ้นมา กรอกน้ำเย็นเข้าปาก อึก อึก อึก เพื่อลดอาการหัวร้อน แล้วกระแทกแก้วลงกับโต๊ะเสียงดังปัง!! พร้อมกับพูดว่า
.
"กรุณาพอสักทีเถอะครับ...."
.
"พ่อแม่น่ะเลือกลูกไม่ได้ ในขณะเดียวกัน ลูกก็เลือกพ่อแม่ไม่ได้เหมือนกัน"
.
ใช่เพราะตอนที่เกิดมา เด็กเกิดมาจากการผูกพันกันของพ่อแม่ ไม่ได้เกิดจากความต้องการของเด็ก เมื่อให้กำเนิดมาจึงต้องมีความรับผิดชอบในการเลี้ยงดู เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ส่วนการดูแลปกป้องชีวิตตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำหลังการเติบโตเป็นผู้ใหญ่
.
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น....พ่อแม่ของซายุน่ะมีแต่คุณ......คุณเท่านั้นนะครับ"
.
โยชิดะซึ่งตอนนี้ สมองไม่มีแรงจะคิดอะไรแล้วทั้งอารมณ์เศร้าและโกรธที่ประดังเข้ามาพร้อม ๆ กัน จึงได้แต่เค้นเสียงพูดออกไปว่า
.
" เด็กน่ะครับ....ถ้าไม่มีพ่อแม่คอยดูแล เขาไม่รู้วิธีการเอาตัวรอดด้วยตัวคนเดียวหรอกครับ"
.
"ถ้าคุณไม่อยากได้ซายุขนาดนั้นล่ะก็...งะ..งั้นยกเธอให้กับผมแทนเถอะครับ ....ผมน่ะ.....ผมน่ะ.....อยากเป็นคนเลี้ยงยัยนี่เองด้วยซ้ำ...แต่ว่า....แต่ว่า...มันทำไม่ได้ครับ....มันผิดหลักความชอบธรรมครับ...เพราะผมน่ะ.....ไม่มีสิทธิ์ในความรับผิดชอบนั้นครับ"
.
ก่อนที่โยชิดะจะลุกออกจากที่นั่งเดินไปยังเบื้องหน้าแม่ของซายุ
.
"มีแค่คุณเท่านั้นแหละครับ...บนโลกใบนี้ไม่มีใครอีกแล้วครับ...ที่จะมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูซายุอีกแล้วครับ!!...เพราะฉะนั้น!!...เพราะฉะนั้น....!!!"
.
ก่อนที่โยชิดะจะย่อกายและคุกเข่าลง พร้อมก้มศีรษะลงหน้าผากจรดพื้น แล้วพูดด้วยร่างกายที่สั่นจนน้ำเสียงเครือไปด้วยว่า "ได้โปรดเถอะครับ....ได้โปรด เลี้ยงซายุจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยเถอะครับ"
.
การกระทำของโยชิดะ ทำให้ทั้งซายุและแม่ซายุตกใจสุดขีด
.
"ได้โปรดเถอะครับ ขอความกรุณาด้วยครับ"
.
โยชิดะพูดขึ้นอีกครั้งทั้งที่ยังคงอยู่ในท่าก้มกราบ
.
"ผมเองก็ขอความกรุณาด้วยครับคุณแม่"
.
พี่ชายของซายุ เดินมาข้าง ๆ โยชิดะ พร้อมกับคุกเข่าขอร้องแม่ตัวเองด้วยอีกคน ตัวเขานั้นอดทนมาตั้งแต่ตอนที่แม่ของเขาบอกว่าไม่น่าคลอดซายุออกมาแล้ว และ ความอดทนของเขามาถึงขีดสุดแล้ว แต่ทว่า.......
.
"นี่มันอะไรกัน....ไม่นะ.....ออกไปนะ ออกไป๊!!"
.
ฉับพลันพี่ชายซายุรีบเงยหน้าขึ้นมาทันทีพร้อมสีหน้าที่บ่งบอกอาการว่า "แย่แล้ว"
.
"นี่มันอะไรกัน.....นี่มันอะไรกัน"
.
"ขอโทษนะครับคุณโยชิดะ ยังไงรบกวนช่วยออกไปรอนอกบ้านก่อนนะครับ ซายุก็ด้วย ออกไปพักสูดอากาศสักหน่อยเถอะนะ ทางนี้ปล่อยให้พี่จัดการเอง"
.
ก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปนั่งรอที่ประตูหน้าบ้าน
.
โยชิดะซึ่งหลบฉากออกมาหน้าบ้านก่อน นั่งลงที่หน้าประตูบ้านอย่างหมดแรง ก่อนที่ซายุจะตามมาด้านหลัง
.
"คุณโยชิดะ ร้องไห้ทำไมหรือคะ?"
.
ใช่ ตอนนี้ ตาทั้งสองข้างของโยชิดะ เต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมา น้ำตาของลูกผู้ชายที่ไหลลงมาจนหยดลงเสื้อ ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยให้ซายุเห็นแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้มันสุดที่เขาจะกลั้นไว้ได้ จน "น้ำตาแห่งความเศร้า" นี้ต้องไหลออกมา
.
"ตอนที่ได้ยินเรื่องของแม่เธอจากที่เธอเล่า ก็พอจะเข้าใจอยู่นะว่าแม่เธอเป็นไง แต่พอมาได้ยินคำว่า "ไม่น่าคลอดเธอออกมา" ออกจากปาก ข้างในอกมันเจ็บแบบที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน ฉันทนไม่ได้หรอกนะ คำพูดนั้นน่ะ"
.
"ไม่เป็นไรนะคะ คุณโยชิดะ"
.
"ไม่เป็นไรได้ที่ไหนกัน"
.
โยชิดะเผลอขึ้นเสียงออกมา จนซายุสะดุ้ง พลางหันไปหาซายุ
.
"โกรธไปเลยสิ!....เถียงกลับไปเลยสิ!....เธอน่ะ"
.
ดวงตาของซายุตอนนี้ เริ่มมีน้ำตาเอ่อที่ท้องตานิด ๆ แต่มันกลับไม่ไหลออกมา
.
"คุณโยชิดะคะ" ซายุ เรียกชื่อโยชิดะขึ้นมา ด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน
.
"หนูน่ะ ก็โกรธเหมือนกันนะคะ....แต่คุณโยชิดะน่ะ โกรธแทนหนูก่อนแล้วเรียบร้อยนี่คะ......ขอบคุณนะคะ...คุณโยชิดะ"
.
หลังจากนั้นโยชิดะก็ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุดอยู่พักใหญ่ จนซายุต้องลูบหลังปลอบโยชิดะอยู่พักใหญ่ ๆ
.
หลายสิบนาทีผ่านไป กว่าความรู้สึกของโยชิดะจะสงบลง ทั้งโยชิดะ และ ซายุตอนนี้ นั่งคู่กันอยู่หน้าทางเข้าบ้าน ภายใต้บรรยากาศยามค่ำคืนที่มีแต่ดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า
.
"ดาวบนฟ้า ที่นี่สวยจนแอบเกลียดจริง ๆ นะนี่"
.
"ใช่ไหมล่ะคะ" ทั้งคู่ชื่นชมความงามของดวงดาวที่ฮอกไกโด ก่อนที่ซายุจะสะกิดโยชิดะเบา ๆ
.

.
"นี่คุณโยชิดะ...ตอนที่คุณโยชิดะก้มกราบน่ะ...ตัวหนูเองก็รู้สึกเหมือนได้รับการอภัยไปด้วยค่ะ"
.
"เอ๋"
.
ซายุในตอนนี้เธอเงยดูดวงดาวบนท้องฟ้า นัยน์ตาของเธอสะท้อนภาพดวงดาวที่กระจ่างบนฟ้าในขณะนี้
.
"สิ่งที่หนูทำมาทั้งหมดตอนนี้...ถึงมันจะผิดทั้งหมด....แต่คิดว่า...มันไม่สูญเปล่าหรอกค่ะ"
.
ระหว่างที่พูดซายุก็ค่อย ๆ เลื่อนมือเข้ามาประสานกับโยชิดะจนโยชิดะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากมือของเธอ ก่อนที่ซายุจะหันมาพูดกับโยชิดะว่า
.
"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ต่อให้ไม่มีคุณโยชิดะอยู่ด้วย หนูก็จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีค่ะ"
.
ก่อนจะบีบมือโยชิดะไว้แน่น
.
"ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ"
.
"อา พยายามเข้านะ"
.
ก่อนที่โยชิดะจะกุมมือซายุกลับ ก่อนที่ทั้งคู่จะหันไปดูดาวบนท้องฟ้าอีกครั้ง
.
ทางฝั่งของพี่ชายโยชิดะ เมื่อซายุและโยชิดะออกไปแล้วเขาก็พยายามปลอบแม่เขาจนอาการของคุณแม่สงบลง แม้คำพูดของโยชิดะจะทำให้อาการฮิสทีเรียของเธอกำเริบ แต่คำพูดนั้นก็เข้าไปฝังอยู่ในใจของเธอแล้วเรียบร้อย
.
ใช่...บนโลกใบนี้ คนที่มีสิทธิ์เลี้ยงซายุได้คือเธอ เมื่อสติของเธอเริ่มกลับมา เธอได้ถามพี่ชายซายุว่าเธอควรทำไงต่อ ตัวพี่ชายซายุเองเข้าใจในบาดแผลที่มีในใจทั้ง 2 ฝั่ง คำถามนี้ทำให้เขาต้องเลือกคำตอบที่ดีที่สุด คำตอบที่แสดงให้ถึงความเป็นครอบครัวเดียวกันของทั้ง 3 คน
.
"ค่อย ๆ มุ่งไปข้างหน้าทีล่ะนิดดีไหมครับ ซายุเองหลังจากที่ได้เจอโยชิดะ เธอก็ค่อย ๆ มุ่งไปข้างหน้าทีล่ะนิดเหมือนกัน เพราะงั้น....เรา 3 คนมาช่วยกันคิดด้วยกันเถอะครับ ว่าจะมุ่งไปข้างหน้าต่อไปยังไง"
.
"ซายุน่ะ ทางนี้จะดูแลจนกว่าจะจบม.ปลาย แล้วหลังจากนั้น เด็กคนนั้นอยากทำอะไรก็ให้เป็นตามใจของเด็กคนนั้นเถอะ"
.
ก่อนที่คุณแม่จะให้ไปมองลูกชายของเธอแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย
.
"ต้องลำบากเธออีกแล้วล่ะนะ"
.
"ไม่ลำบากหรอกครับคุณแม่ ไม่ว่ายังไงผมก็เป็นลูกชายคุณแม่นะครับ"
.
ก่อนที่คุณแม่ซายุจะขอตัวอยู่คนเดียวสักพัก พี่ชายซายุจึงขอตัวออกมาข้างนอกห้อง พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
.
ภาพที่โยชิดะก้มกราบขอร้องแม่เขายังคงอยู่ในภาพจำของเขา ซึ่งเมื่อคิดถึงสิ่งที่โยชิดะทำให้ซายุทุกอย่างทั้งที่เป็นคนนอก ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ในการเลี้ยงดูซายุอย่างชอบธรรม เปรียบเทียบกับเขาที่เป็นคนในครอบครัว แต่ไม่เคยคิดถึงอนาคตของซายุ ไม่เคยใส่ใจในตัวซายุอย่างแท้จริง ตัวเองที่ใช้การสืบทอดบริษัทของพ่อเป็นตัวบังหน้า เพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริง จนทำให้ซายุเลือกเส้นทางที่ไม่พึ่งพาใครและหนีออกจากบ้าน
.
จริง ๆ แล้วตอนที่ซายุเงินใกล้หมด สิ่งเขาควรทำคือ ต่อให้ฝืนใจก็ต้องพาตัวเธอกลับมา แต่ตัวเขากลับหลอกตัวเอง ด้วยคำว่า "การนึกถึงจิตใจของซายุ" เพราะความไร้ความสามารถของตนเองทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดเลวร้ายลงไปอีก
.
ถ้าซายุไม่ได้เจอกับโยชิดะ แล้วไปทำอย่างอื่นเช่น เป็นโจรขโมยของ หรือไปยุ่งเกี่ยวกับการเสพและค้ายาเสพติด เรื่องจะไม่ยิ่งหนักกว่านี้เหรอ เป็นเพราะซายุได้เจอกับโยชิดะ เธอถึงกลับตัวได้
.
เมื่อคิดถึงว่าที่ซายุมาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าโยชิดะ ก็ยิ่งทำให้เขาเกลียดตัวเองมากขึ้น ทั้งที่คนในบ้านนี้คนเดียวที่จะปกป้องซายุได้คือเขา เพราะงั้นต่อจากนี้ไป เขาจะปกป้องทั้งแม่เขา ทั้งซายุไว้ให้ได้
.
หลังจากที่จบเรื่องคุณแม่แล้วพี่ชายของซายุก็ตามออกไปสมทบกับโยขิดะและซายุ ทั้งสองคนซึ่งตกอยู่ใน "ห้วงภวังค์แห่งบรรยากาศของการอาทรซึ่งกันและกัน" ก็ลืมไปว่า ทั้งคู่กำลังกุมมือกันอยู่ กระทั่งพี่ชายซายุทักขึ้นมาว่า "สนิทกันจังนะครับ" จึงทำให้ทั้งคู่หลุดจากภวังค์ และรีบละมือออกจากกัน พลางพี่ชายซายุก็หันไปพูดกับซายุ
.
"คุยกับคุณแม่เรียบร้อยแล้วนะ เธอน่ะอยู่ที่นี่ต่อจนกว่าจะเรียนจบซะนะ"
.
จากนั้นจึงเดินเข้าไปลูบหัวซายุเบา ๆ
.
"คุณแม่น่ะบอกว่า ถ้าเธอไม่สร้างเรื่องเดือดร้อนอะไรก็จะไม่ว่าอะไรเธออีก...แน่นอนมันเป็นสัญญาปากเปล่า แต่ว่านะ คำพูดของคุณโยชิดะ เหมือนจะสื่อถึงคุณแม่แล้วล่ะ"
.
ก่อนที่จะเปลี่ยนเอามือนั้นมาขยี้หัวซายุเบา ๆ
.
"แล้วก็ ซายุน่ะ ไหน ๆ ก็เป็นผู้ใหญ่กลับมาแล้ว เพราะงั้นก็ลองหัดคิดวิธีการรักษาความสัมพันธ์แม่ลูกกับคุณแม่ให้ได้ผลดีที่สุดบ้างก็ดีนะ แน่นอนว่า พี่ก็จะคอยช่วยเธอด้วย"
.
(SL Note: คำพูดนี้เป็นคำพูด 2 แง่นะครับ แง่หนึ่งคือ ซายุมีความคิดความอ่านกลับมาจริง ๆ อีกแง่คือ ซายุนั้นเสียตัวไปแล้ว.....การเสียตัวของญี่ปุ่น ถูกจัดว่า เป็นบันไดสู่ความเป็นผู้ใหญ่นะครับ แต่ แค่ค่านิยมเขานะครับ ไม่ต้องเลียนแบบก็ได้ ถ้าอยากรู้เรื่องพวกนี้เพิ่มวันหลังผมจะเล่าให้ฟังครับ)
.
"แล้วหลังจากจบม.ปลายแล้วล่ะคะ"
.
"หลังจากจบม.ปลายแล้ว นั่นก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วล่ะ เพราะงั้นก็อยากจะทำอะไรก็แล้วแต่อิสระของเธอแล้วล่ะ....แต่....อิสรภาพที่แท้จริงน่ะ อุปสรรคสำคัญมันคือ "เงิน" นะ เพราะฉะนั้น เรื่องของการหาเงินและสร้างฐานะให้ได้ด้วยตัวเธอเอง พี่จะเป็นคนช่วยเธอเอง"
.
หลังจากนั้นพี่ชายของซายุก็ขอบคุณโยชิดะ พร้อมกับสารภาพว่าตัวเองนั้น แอบแค้นใจตัวเองนิด ๆ เหมือนกันที่ไม่สามารถทำได้อย่างโยชิดะ พร้อมกับออกปากเชื้อเชิญโยชิดะไปพักที่ห้องนอนสำหรับรับรองแขก แต่ก่อนที่จะไป โยชิดะได้ขอโอกาสที่จะพูดกับคุณแม่ของซายุอีกครั้ง แน่นอนว่า พี่ชายของซายุจะติดตามเข้าไปด้วย เผื่อมีอะไรที่ไม่คาดคิด ส่วนซายุนั้นพี่ชายเธอขอให้รออยู่ด้านนอกก่อน
.
จากนั้นโยชิดะก็เข้าไปพบคุณแม่ของซายุในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง พร้อมกล่าวขออภัยที่ได้ล่วงเกินคุณแม่ไปเมื่อครู่ ซึ่งคุณแม่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร พร้อมกับถามกลับโยชิดะว่า
.
"ไม่ได้มีอะไรกันกับซายุใช่ไหม?"
.
ซึ่งโยชิดะก็ตอบว่า
.
"ขอสาบานครับ ว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น"
.
"งั้นทำไมถึงยอมทำเพื่อเด็กคนนั้นถึงขนาดนั้นล่ะ?"
.
เป็นคำถามเดียวกับที่พี่ชายซายุเคยถามโยชิดะ เมื่อครั้งพี่ชายถามโยชิดะตอบไปว่า "เพราะซายุน่ารักก็เลยให้ค้างบ้าน" แต่ครั้งนี้คงจะตอบแบบนี้ไม่ได้จึงตอบว่า
.
"ก็แค่เป็นการประจวบเหมาะ ที่เผอิญพบกับเธอ ในวัน และเวลานั้น เท่านั้นเองครับ"
.
ซึ่งเป็นคำตอบที่ทำให้พี่ชายซายุ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
.
หลังจากนั้นคุณแม่ก็บอกว่าสำหรับเรื่องของซายุ คุณแม่จะเป็นคนคุยกับเธอเอง เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ขอให้โยชิดะกลับโตเกียวไปซะ ซึ่งโยชิดะก็รับคำ และหลังจากออกมาจากนั่งเล่นเขาก็พบกับซายุที่ยืนรออยู่แล้ว ก่อนที่โยชิดะจะแยกไปกับพี่ชายของซายุเพื่อไปยังห้องพัก ส่วนซายุก็สวนเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่มีคุณแม่ของเธออยู่
.
คุณแม่ซายุเมื่อเห็นลูกสาวของเธอเดินเข้ามา ก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า
.
"คราวนี้มีอะไรอีกล่ะ"
.
สำหรับในใจซายุตอนนี้เธอนึกถึงคำพูดของรุ่นน้อง
.
"คนเราน่ะ มีคนที่เจอได้แค่ตอนนี้ มีสิ่งที่ทำได้แค่ตอนนี้อยู่นะ"
.
ใช่ถ้าเธอไม่ทำตอนนี้ ไม่พูดออกไปตอนนี้เธอจะไม่มีโอกาสพูดอีก เธอจึงเดินเข้าไปยืนต่อหน้าแม่เธอ จากนั้นย่อกายและคุกเข่าลง พร้อมกับก้มลงกราบศีรษะจรดพื้น
.
"หนูกราบขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนให้ค่ะ"
.
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่ของเธอ
.
"ถ้าให้พูดตามตรง ตัวหนูเองเก็บความไม่พอใจกับคุณแม่ไว้มานานหลายปี ก็เลยตัดสินใจหนีออกจากบ้านค่ะ และผลของมันก็เลยทำให้ทั้งคุณแม่ ทั้งพี่ชาย และคนอื่นเดือดร้อนกันไปหมด เรื่องนั้นเป็นความจริงที่หนูยอมรับค่ะ ดังนั้น หนูขอโทษค่ะ"
.
"ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ เพราะไม่รู้ว่าฉันผิดตั้งแต่ตอนไหน"
.
คำพูดในตอนนี้ของคุณแม่ของซายุ คงซ้อนทับกับเรื่องในอดีตที่ผ่านมาของเธอจนไม่รู้ว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องไหน
.
"แต่ฉันจำคำพูดของผู้ชายคนนั้นได้...พ่อแม่ของเธอน่ะมีแค่ฉันเท่านั้นสินะ"
.
เป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดที่ซายุเคยได้ยินมา กระทั่งทำให้เธอน้ำตาเอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
.
"ค่ะ"
.
ซายุได้แต่พยักหน้ารับ เพราะไม่รู้จะหาคำพูดใดมาแทนได้อีกแล้ว
.
" พยายามอยู่ที่นี่จนกว่าจะจบม.ปลายล่ะกันนะ เธอน่ะซ้ำชั้นแน่ ๆ รู้ไหม"
.
"ค่ะ"
.
"หลังจากนั้นแล้ว....อยากทำอะไรก็ตามใจ"
.
"ขอบคุณค่ะ"
.
ก่อนที่ซายุจะขอตัวออกจากห้องไป นั่งพิงผนังน้ำตาไหลร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ที่ริมทางเดินคนเดียว หากแต่น้ำตานี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความทุกข์ แต่เป็นน้ำตาแห่งความตื้นตัน น้ำตาแห่งความสุข จากความอ่อนโยนที่เธอได้รับครั้งแรกจากคุณแม่แท้ ๆ ของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเฝ้าโหยหามาตลอดชีวิต
.
-To be continue - つづく
Comments